อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเด็กกันแล้วนะครับ!!

     

      ผมเชื่อว่ามีเด็กๆเป็นจำนวนมากที่รอคอยวันนี้อยู่

      สมัยตอนที่ผมยังเป็นเด็กผมก็รอคอยวันนี้อยู่เหมือนกันไม่ต่างจากเด็กคนอื่น

      โดยในวันเด็กในบ้านเราจะกำหนดอยู่ที่สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ของทุกปี

      สำหรับผมแล้วผมคิดว่าวันเด็กคือวันที่คล้ายกับวันคริสต์มาสของฝรั่งเค้านะครับ

เพราะว่า

      เราจะได้ของขวัญมากมายแถมยังมีเกม

      และการละเล่นการแสดงต่างๆอย่างสนุกสนานมากมายครับ

      ที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาดเลย..แน่นอนทีสุดครับสำหรับเด็กผู้ชายนั้นก็คือ

รถถังครับ

     จะต้องขึ้นไปนั่งให้ได้..ถ้านั่งไม่ได้ยังไงก็ต้องขึ้นจับตัวกระบอกปืนให้ได้สิน่า

     ไม่งั้นไม่ยอมแน่ๆใช่มั้ยละครับ

 

ตอนเด็กๆผมเคยคิดนะว่าทำไมๆ...ไม่มีวันเด็กไปทุกๆวันเลย

                   ทำไมๆปีหนึ่งต้องมีแค่วันเดียวด้วยนะ

                  เราต้องรอคอยความสนุกและความสุขแบบนี้ไปอีกปีหนึ่งเชียวเรอ

ผู้ใหญ่ใจร้ายจัง!!

แล้วทำไมวันผู้ใหญ่มีอยู่ได้ทุกวัน คุณว่าจริงมั้ย

แล้วตอนนี้ในเมื่อคุณไม่ใช่เด็กแล้วจะด้วยข้อบังคับของกฏหมาย

หรือกฏระเบียบทางสังคม

ที่กำหนดให้คุณไม่ใช่เด็กอีกต่อไป...ฟังแล้วรู้สึกว่ามันรุนแรงไปหน่อยว่ามั้ยครับ

ในเมื่อคุณไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วถ้าเราไปทำอะไรเหมือนเด็กๆคุณก็จะถูกต่อว่า

ไม่รู้จักโต

ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้

แล้วคนที่ว่าเราเค้าไม่เคยเป็นเด็กมาก่อนรึไงกันคุณว่ามั้ย

 

ผมคิดว่าทุกๆวันนี้เราลืมอะไรกันไปรึเปล่าครับ

 

เราลืมความสดใส

 

เราลืมความน่ารัก

 

เราลืมความสนุกสนาน

 

หรือว่า...เราถูกบังคับให้ลืมสิ่งเหล่านี้กันแน่ครับ

 

ทำไมโลกที่เราต้องเป็นผู้ใหญ่จะต้องไม่มีโลกของความเป็นเด็กของเราหลงเหลืออยู่เลยละครับ

 

ใครกันเล่าที่กำหนดให้มันเป็นเช่นนี้หนอ

 

สำหรับผมแล้วผมจะชอบเพลงของ คุณบอย ตรัย ภูมิรัตน์

        หลายๆท่านคงจะนึกออกกันแล้วใช่มั้ยละครับ

        นั้นก็คือเพลง พื้นที่เล็กๆ สำหรับเพลงนี้ผมฟังครั้งแรกประทับใจมากๆครับ

เพราะว่า

        ทุกวันนี้เราลืมเว้นที่ผืนนี้กันไว้ครับ

        เรากลบที่ผืนนี้ด้วยสิ่งที่เรียกว่าความเป็นผู้ใหญ่ของเรา

        ทำไมผมถึงพูดแบบนี้..ยกตัวอย่างง่ายๆเลยครับ

 

คุณไม่ได้หัวเราะแบบสดใสสนุกสนาน

 

แบบไร้สิ่งเจือปน..ย้ำนะครับว่าไร้สิ่งเจือปน

 

ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ

 

นึกๆ.....นึกๆ......นึกๆ.......

 

นึกไม่ออกกันใช่มั้ยละครับ

นั้นก็เพราะคุณกลบพื้นที่ความเป็นเด็กของคุณทิ้งไปหมดนั้นแหละครับ

 

พื้นที่ตรงนี้ไม่ดีตรงใหน

 

พื้นที่ตรงนี้เลวร้ายมากนักรึไง

 

พื้นที่ตรงนี้ทำลายชีวิตคุณหรืออย่างไร

 

หรือเป็นเพราะ

 

ตัวเราเองที่กลัวการสร้างพื้นที่ตรงนี้ขึ้นมากันแน่

 

     แล้วโลกความเป็นผู้ใหญ่ทุกตารางนิ้วมันมีความสุขจริงๆรึเปล่าละครับ

     ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ..คุณว่าจริงมั้ยละครับ

 

ผมเชื่อว่าพื้นที่เล็กๆนี้ได้มีอยู่ในผู้ใหญ่อยู่แล้วทุกคนครับ

 

      เพียงแต่ว่าเราจะกล้าอยู่ในพื้นที่นี้กันรึเปล่า

      หรือกล้าทีจะขยายมันออกไปรึเปล่าใช่มั้ยละครับ

      อย่าให้ความเป็นผู้ใหญ่มาทำลายความเป็นเด็กของเราเลยครับ

      และสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ

นั้นก็คือ

 

อย่าให้อะไรมาแย่งหรือทำลายพื้นที่นี้ของคุณไปนะครับ

 

ผมว่าเรามาขยายพื้นที่เล็กๆผืนนี้กันดีกว่านะครับ

 

 

แล้ววันนี้คุณกล้าพอที่จะยืนอยู่พื้นที่เล็กๆตรงนี้รึยังครับ.............(อิอิ)

 

 

 

 

edit @ 8 Jan 2010 01:54:11 by mirror-mind

ปีใหม่นี้สัญญาว่าจะ....

posted on 28 Dec 2009 15:25 by mirror-mind

ใกล้จะถึงเทศกาลเลี้ยงฉลองประเพณีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันแล้ว

 

คงจะมีใครหลายๆคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย

และพร้อมที่จะต้อนรับปีใหม่่

 

  ที่จะมาถึงนี้อยู่ใช่มั้ยละครับ

พอถึงช่วงนี้ทีไรนะครับ......มันก็จะมีความคิดผุดขึ้นมาในหัวทุกทีสิน่า
 
ก็คือ....
 
เอ๋...จะหมดปีอยู่แล้วเราได้ทำอะไรไปบ้างละเนี่ย!! ในปีที่กำลังจะผ่านพ้นไป

  และเรายังมีอะไรทีั่่ยังคั่งค้างอยู่อีกรึป่าวน้อ!!

  เราก็จะนึกทบทวนว่าเราได้ทำสิ่งใหนไปบ้างละ 

แน่นอนที่สุดครับ มันก็จะมีสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นก็คือ

 

สิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดี

สิ่งที่ได้ทำ และสิ่งที่ทำได้

สิ่งที่สำเร็จ และสิ่งที่ล้มเหลว

สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราได้ทำมันไปและ

มันได้เกิดขึ้นไปอย่างแน่นอนที่สุดใช่ไหมละครับ

 

และนั้นก็คงจะเหมือนกับใครอีกหลายๆคนเช่นกัน
 
ซึ่งบางคนอาจจะเร่งทำงานอะไรสักอย่างให้เสร็จและสำเร็จให้ทันก่อนหมดปีนี้

   บางคนก็ไม่สนใจกับการเพิ่มขึ้นของตัวเลขของจำนวนปีำ 

แต่อย่างไรก็แล้วแต่จะมีอยู่สิ่งๆหนึ่ง

และมันจะเกิดขึ้นเสมอและทุกๆครั้ง ทุกๆปี 

และจะเกิดขึ้นกับใครอีกหลายๆคน นั้นก็คือ

การที่สร้างคำสัญญาหรือปฎิฏาน(ยานนนน) ไว้กับตัวเองว่า

 

ปีใหม่นี้สัญญาว่าจะ...................

 

ซึ่งผมเชื่อว่า

ใครหลายคนก็ได้เคยสัญญาเอาไว้กับปีที่กำลังจะหมดไปนี้เหมือนๆกัน
 
แล้วคุณได้ทำสิ่งที่คุณได้สัญญาไว้กับตัวคุณเอง
 
ได้มากน้อยแค่ใหนกันละ 

และคุณสามารถทำสำเร็จไปได้กี่คำสัญญากันละ

และตอนนี้ก็กำลังจะเข้าสู่

 

ช่วงเวลาแห่งการสร้างคำสัญญาอีกแล้ว!!!!!!!ละครับ

 

แล้วคุณคิดว่าคุณพร้อมที่จะสร้างคำสัญญาใหม่ๆ รึเปล่าละ

หรือว่าคุณอยากจะจัดการกับคำสัญญาเก่าให้เสร็จซะก่อน

แบบใหนน่าจะดีกว่ากันน้า!!! 
 
แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังเชื่อว่าจะมีใครอีกหลายคน
 
ที่จะเพิ่มคำสัญญาให้กับตัวของคุณเองเข้าไปอีก

 

  นั้นหมายความว่า

           มันจะทำให้คุณเป็นคนที่สะสมคำสัญญาไว้กับตัวเอง

           อย่างมากมายเลยทีเดียว

           ประมาณแบบว่าเป็นคำสัญญาที่พอกหางขึ้นไปเรื่อยเลยละครับ

 

ผมว่าน่าจะตั้งชื่อเป็น

 

เทศกาลปีใหม่.....เป็นเทศกาลแห่งคำสัญญา

 

คุณว่าจริงไหมละ?

 

แล้ว ณ วันนี้ ตัวของคุณเองเป็นแบบใหนละ?

 

แล้วปีใหม่นี้คุณสัญญาว่าจะ........................?         (อิอิ)

 

 

 

 

หนังสือ..ความรัก..ชีวิต

posted on 09 Dec 2009 00:01 by mirror-mind

 หนังสือ

    การที่เราอยากจะเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง

    แน่นอนที่สุด...เราก็ต้องได้อ่านหนังสือไปจำนวนไม่น้อยเลย

    แต่ถึงอย่างไรแล้ว...ถ้าหากเปรียบชีวิตเป็นหนังสือสักเล่มหนึ่งแล้วก็คงจะหนาไม่น้อยเลยทีเดียว

    แต่ นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีถ้าเราเปรียบเทียบว่าหนังสือที่น่าอ่านหรือดีนั้น ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ว่ามี

    จำนวนหน้าที่มากหรือน้อย

    แต่หาใช่หากมันมีคุณค่าในตัวมันแล้ว....แค่เพียงกระดาษไม่กี่หน้าถ้าอ่านแล้วรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ

    และอยากจะอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า..และมีความรู้สึกอยากจะแบ่งปันให้คนอื่น เพื่อจะให้เค้าได้

    รู้สึกคล้ายๆกับตัวเรา

   แล้วคุณค่าของหนังสือนั้นเราจะหาได้อย่างไรกัน

   ก็คงต้องมีคำถามกลับว่าแล้วอะไรละที่เรารู้สึกหรือคิดว่าสิ่งๆนั้น หรือเรื่องๆนั้นมีคุณค่าละ

   และถ้าหากเราอยากจะเขียนหนังสือชีวิตขึ้นมาสักเล่มหนึ่งละก็...แน่นอนเลยครับ..เราก็ต้องอยาก

   ให้มันมีคุณค่าที่สุด

เพราะนั้นมันคือหนังสือชีวิตของเรา

   แล้วในช่วงที่คุณมีชีวิตอยู่นั้น..ก็จะกลายผันไปเป็นตัวอักษรบนกระดาษ...และตัวอักษรเหล่านั้น

   แหละที่จะเป็นตัวเล่าเรื่องราวชีวิตของคุณนั้นเอง....

 

แล้วตอนนี้คุณทำชีวิตของคุณมีคุณค่าแค่ใหนกันละ?

 

 ความรัก

 หากเปรียบความรักเป็นหนังสือสักเล่มหนึ่ง

บางคนใช้เวลาอ่านไม่นานก็อ่านจบ

บางคนอ่านแล้วถูกใจตรงใจ

บางคนอ่านแล้วดูแลไว้ชั่วชีวิต

บางคนอ่านแล้วทิ้งหนังสือเล่มนั้นและไม่คิดที่จะหยิบขึ้นมาอ่านอีก

บางคนใช้เวลาอ่านนานเนื่องจากเจอหน้าที่ตรงใจอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายๆรอบ

บางคนอ่านนานเนื่องจากต้องการเวลาเพื่อที่จะทำความเข้าใจ

บางคนอ่านจบแล้วนำกลับมาอ่านใหม่เพื่ออยากจะได้ความคิดในมุมมองอื่น

บางคนอ่านแล้วหลายครั้งและไม่พยายามอ่านให้่จบ

บางคนอ่านแล้วไม่มีวันได้อ่านตอนจบ

บางคนอ่านแล้วหัวเราะมีความสุข

บางคนอ่านแล้วเศร้าใจเสียใจ

บางคนอ่านแล้วทิ้งเอาไว้นานจนหายไป

บางคนพยายามอ่านจนจบแล้วแต่ไม่เข้าใจ

บางคนพยายามอ่านซ้ำหลายรอบเพื่อคิดว่า่สามารถเปลี่ยนแปลงตอนจบได้

บางคนอ่านซ้ำหลายรอบทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตอนจบเป็นอย่าไร

บางคนอ่านเกือบจะจบแต่ไม่ยอมอ่านตอนจบสักที

บางคนอ่านจบแล้วไม่สามารถหาเล่มใหม่ที่เหมือนเล่มเก่า่ได้

บางคนหาเล่มใหม่เพื่อที่จะให้ลืมเล่มเก่า

บางคนต้องการเล่มใหม่เพื่อที่จะเอาไปเปรียบเทียบกับเล่มเก่า

บางคนจดจำทุกๆอย่างในเล่มไปชั่วชีวิต

บางคนทำหน้าบางหน้าที่สำคัญขาดหายไปจนอ่านไม่ได้

บางคนทำลายหนังสือทิ้งไป

บางคนอ่านได้ครึ่งหนึ่งก็เลิกอ่าน

บางคนเห็นหน้าปกก็เลิกอ่าน

บางคนเพียงแค่เห็นแล้วไม่คิดจะหยิบอ่าน

บางคนหาเล่มใหม่อ่านอยู่เสมอ

 

แล้วตัวคุณละเคยอ่านแบบใหนและคุณเคยถูกอ่านแบบใหนบ้างละ?

 

ชีวิต

    การที่ใครคนหนึ่ง...อยากจะเขียนหนังสือสักเล่มหนึ่ง

   คงจะต้องใช้ระยะเวลาเวลาไม่น้อยกับการสรรค์สร้างผลงานขึ้นมา

   แต่ถ้าหากมันเป็นหนังสือที่รวบรวมเอาชีวิตของคนเขียนเอาไว้

   ท้ายที่สุดแล้วหนังสือเล่มนั้นผู้เขียนก็จะไม่ได้ที่จะสัมผัสมันหรืออ่านมัน

   เนื่องจากตอนจบผู้เขียนก็ไม่สามารถที่จะทำการเขียนได้ด้วยตัวของเค้าเอง

  

คุณว่าจริงไหม?


edit @ 14 Dec 2009 18:39:07 by mirror-mind

edit @ 14 Dec 2009 20:00:56 by mirror-mind

edit @ 14 Dec 2009 23:36:50 by mirror-mind

edit @ 14 Dec 2009 23:47:10 by mirror-mind